ปัญหาที่เจอะเจอเสมอเกี่ยวกับประกันรถยนต์ชั้น 1

ประกันรถยนต์ชั้น 1 หากไม่มีเคลม เงินประกันภัยจะลดลงทุก ๆ ปีหรือไม่

– โดยทั่วไปแล้วจะน้อยลงทุกปี ในเหตุที่คือประกันรถยนต์ชั้น 1 รูปแบบปกติธรรมดา แต่ทว่าจะมีประกันรถยนต์ชั้น 1 ในบางกลุ่มที่ลูกค้าหลาย ๆ ท่านอาจเคยประสบพบเจอมาแล้วว่าเพราะเหตุใดเบี้ยปียืดอายุถึงไม่ลดน้อยลงถึงแม้ว่ารอบปีที่ผ่านมาไม่มีเคลมใด ๆ

ประกันรถยนต์ชั้น 1 ทำประกันภัยได้สูงสุดไม่เกินกี่ปี

– ทำได้สูงสุดไม่มากเกิน 15 ปี ขึ้นกับข้อกำหนดที่แต่ละบริษัทประกันเป็นผู้กำหนด

ประกันรถยนต์ชั้น 1 สามารถรักษาได้โดยทันที หลังจากที่ตกลงทำประกันภัยเลยหรือไม่อย่างใด

– ประกันรถยนต์ชั้น 1 อาจจะส่งผลได้ทันทีทันใดตามที่ได้ตกลงกันตามวันพิทักษ์ แต่จะมีข้อจำกัดคือจะอภิบาลได้ทันที ในกรณีที่มีการเคลมใหม่แค่นั้น ซึ่งก็หมายถึงป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในที่เกิดเหตุจริง ๆ ซึ่งอาจจะทดลองบาดแผลความเสื่อมเสียที่เกิดขึ้นในระยะนั้นเท่านั้น คุ้มกันทั้งสองกรณีพร้อมกับทรัพย์สินของเรา แต่ว่าจะยังไม่คุ้มครองกรณีรถหาย อัคคีภัย และกรณีเคลมแห้งจวบจนจะได้มีการตรวจสอบสถานภาพรถเป็นที่พร้อมแล้วเท่านั้น

ประกันรถยนต์ชั้น 1 อาจเลือกคัดทุนประกันภัยได้ตามที่เราต้องการได้หรือเปล่า อย่างไร

ประกันรถยนต์ชั้น 1 อาจเลือกทุนประกันภัยได้แต่ว่าจำเป็นจะต้องไม่ต่ำเกินกว่าหรือว่าสูงเกินกว่าราคาท้องตลาดของรถรุ่นนั้น ๆ โดยหลักแล้วคำนวนโดยใช้หลัก 80% ของราคารถในเวลาช่วงปัจจุบันมากกว่าน้อยกว่าได้เล็กน้อย เพราะการชดเชยค่าสินไหมชดเชยของบริษัทประกันภัยนั้น จะชดเชยสินไหมให้ตามจริง ความเสียหายจริงที่เกิดขึ้นตามจุดมุ่งหมายของการประกันภัยซึ่งคือการเยียวยาให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายน้อยที่สุด ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการมองหากำไรจากการทำประกันภัยรถยนต์ เราจึงควรเลือกทุนตามความสมกับราคารถยนต์ของเราจริง ๆ

การเรียนged มิใช่เรื่องยากลำบากถ้าตั้งเป้าหมาย!

 

มีประชาชนมากมายที่รอตั้งปัญหาอย่างยิ่งว่า การเรียนged จะลำบากหรือเปล่านะ แต่ทั้งนี้มันอยู่ที่ความอุตสาหะอยู่ที่ใด ประสิทธิผลอยู่แห่งนั้น ทุกสิ่งเป็นจริงได้ หากเป็นเรื่องเป็นราว ข้อสอบ GED สำหรับผู้เรียนจากประเทศอื่นๆ ที่มิใช่ USA  จะมีการใช้ข้อสอบชุดปี 2002 โดยเขาจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 วิชา เป็น Mathematics/ Language Arts, Reading/ Language Arts, Writing (including Essay)/ Science และ Social Studies  ซึ่งแต่ละวิชามีแต้มเต็ม 800 คะแนน ต้องสอบให้ได้ 410 จัดว่าเป็นแต้มที่ต้องทำเอาเกินครึ่งนั่นเอง จึงจะยอมรับว่าสอบได้หลักเกณฑ์ แต่น้องๆ ต้องมีคะแนนรวมทั้ง 5 วิชา เกิน 2,250 คะแนน จึงจะได้ใบสุทธินะ ซึ่งก็ไม่ยากจนเกินพอดีหรือไม่ เชื่อมั่นในตัวเอง ขยัน อดทน ตั้งใจไปพร้อมๆกันเพียงเท่านั้นก็จะผ่านการสอบยากๆไปได้

 

ซึ่งภายในการติวged นั้นเราควรจะหาครูผู้สั่งสอนของเราเป็น GED ที่อยู่ในกลุ่มอนุศาสน์ GED มาอย่างยาวนาน ด้วยเหตุว่าจะมีการดูแลนักศึกษา และยังคอยให้คำแนะนำ และวางแผนการการศึกษาเล่าเรียนให้กับผู้เรียน และอีกอย่างคือเราต้องพากเพียรตะลุยที่เก็บแบบทดสอบเก่าเพ่ือความเด็ดเดี่ยวในการทำแบบทดสอบ เพราะหากเราทำได้แล้วจะเป็นเหตุให้รู้ถึงสาระสำคัญอย่างถ่องแท้

 

แท้ที่จริงเราอาจจะเริ่มต้นศึกษาได้โดยทันทีทันใดเมื่อเราต้องการและมีความพร้อมด้วยแล้วสำหรับการศึกษา ด้วยเหตุว่าต้องมีเวลาและให้เวลาได้อย่างมาก เพราะว่าจะต้องมีการอ่านรายงานเพื่อที่จะเอามาจำได้และจัดแจงสำหรับการสอบ เมื่อเรามีเส้นชัยที่จะศึกษาให้ผ่านก็ต้องบอกกับตัวเองและก้าวข้ามผ่านพ้นอีกขั้นหนึ่ง

เครื่องไม้เครื่องมือข้างในหน้าที่ ด้วยสกาด้า เทคโนโลยีที่จำเป็นต้องรู้จัก

สกาด้า คือระบบพิจารณาและพิเคราะห์ข่าวแบบ Real-time ใช้ในการสังเกตระดับตลอดจวบจนถึงดูแลหน้าที่ของระบบสั่งการในอุตสาหกรรมกับงานวิศวกรรมต่างๆ ดังเช่น งานด้านโทรคมนาคมติดต่อ การประปา การเยียวยารักษาน้ำเน่า การดำเนินการด้านพลังงาน อุตสาหกรรมการกรองน้ำมันรถพร้อมทั้งก็าซ อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมสร้างรถ การติดต่อ ขบวนการนิวเคลียร์ในโรงไฟฟ้าฯลฯ ตัวอย่างการใช้งานเช่นใช้ สกาด้า ตรวจทานข่าวสารเช่นการรั่วไหลของเหลวที่อุบัติขึ้นภายในท่อขนส่งจากตัวตรวจค้นแล้วส่งสัญญาณแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่รู้ โดยส่งข่าวสู่ศูนย์กลางของระบบ สกาด้า ฯลฯ

นอกจากนั้น สกาด้า อาจปฏิบัติหน้าที่คำนวนและวัดผลประกาศที่ได้จากฮาร์ดแวร์นานา เช่น PLC, Controller, DCS, RTU แล้วแสดงประกาศทางหน้าจอ หรือให้สัญญาณดูแลฮาร์ดแวร์ดังที่กล่าวมาแล้ว เช่นหากอุณหภูมิของเครื่องใช้ไม้สอยสูงเกินพิกัด ให้กระทำการปิดอุปกรณ์นั้นฯลฯ โดยควบคุมงานผ่าน PLC หรือ Controller ที่สื่อสารอยู่ เช่นนี้ สกาด้า สามารถเก็บรวบรวมข่าวสารที่ได้จากระบบคุมทั้งหมดไว้ในฐานข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือโปรแกรมอื่น ๆ สามารถนำไปใช้งานได้ สกาด้า นั้นเข้าไปมีส่วนในงานควบคุมทั้งเล็กและใหญ่ที่ต้องการปรากฏผล เปลี่ยนข่าวสาร ไม่ก็คุมระบบมากมาย จากส่วนกลาง เพื่อให้งานการของระบบรวมกันที่เกี่ยวข้องกัน เห็นทั้งมวลได้อย่างชัดแจ้งและมีความรวดเร็วต่อสภาวการณ์นานา ที่บังเกิด ระบบ สกาด้า ในประจุบันมีความถนัดในการติดต่อสื่อสาร คุม และประมวลผลข้อมูลจาก I/O ของวัสดุอุปกรณ์ตัวอย่างเช่น PLC, DCS, RTU ได้ถึงลำดับชั้นที่เกินหนึ่งแสน I/O แล้ว และได้รับการรุดหน้าให้มีความชำนิชำนาญรับความปรารถนาสดๆ ร้อนๆ ของผู้บริโภค อย่างสืบเนื่องมาโดยตลอด

 

นักฟุตบอลหน้าตาดีดีกรีทีมชาติไทย

ชาริล ชับปุยส์

นักฟุตบอลหน้าตาดีดีกรีทีมชาติไทย 1

เกิดเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2535 เป็นลูกครึ่งไทย-สวิตเซอร์แลนด์  ชับปุยส์เคยเล่นให้กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ชุดที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ที่ประเทศไนจีเรียใน พ.ศ. 2552 ก่อนมาเล่นให้ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี โดยเป็นหนึ่งในนักเตะชุดที่ได้เหรียญทองในการแข่งขันซีเกมส์ 2013 ที่ประเทศพม่า และคว้าอันดับ 4 ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2014 ที่ประเทศเกาหลีใต้ และก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นในทีมชาติไทยชุดใหญ่ในชุดที่คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014

 

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

นักฟุตบอลหน้าตาดีดีกรีทีมชาติไทย 2

กวินทร์ ได้มาร่วมทีมกับสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อปีพ.ศ. 2551 ซึ่งปีนั้น เมืองทองฯยูไนเต็ดได้เลื่อนชั้นมาเล่นในไทยพรีเมียร์ลีกล่าสุด สามารถแสดงทักษะฝีเท้านักเตะจนได้เป็นแชมป์ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกครั้งแรกของสโมสร กวินทร์สามารถเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตูได้ดีกับสโมสร ทำให้ได้เล่นเป็นผู้รักษาประตูอย่างเต็มตัว แฟนฟุตบอลเมืองทองฯยูไนเต็ด ได้ตั้งฉายาให้ว่า “เทพกวินทร์ บินได้”

 

 

ธนบูรณ์ เกษารัตน์

นักฟุตบอลหน้าตาดีดีกรีทีมชาติไทย 3

ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ติดทีมชาติไทยครั้งเเรกในชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี แข่งในรายการฟุตบอลรอบสุดท้ายชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ซึ่งสามารถทำผลงานได้เป็นอย่างดี ก่อนที่จะถูกเรียกเข้ามาสู่ทีมชาติไทยชุดอายุ 23 ปี ที่มี ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง คุมทัพในการเเข่งขันซีเกมส์ที่เมียนมาร์เเละสามารถคว้าเหรียญทองมาได้ ก่อนจะต่อเนื่องด้วยทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่างเอเชี่ยนเกมส์ที่อินชอน เกาหลีใต้ โดยได้อันดับที่ 4 หลังจากนั้นก็ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่ได้สำเร็จ เเละเป็นกำลังหลักสำคัญของทีม

 

 

ชนาธิป สรงกระสินธ์

นักฟุตบอลหน้าตาดีดีกรีทีมชาติไทย 4

ชนาธิปเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดของ ทีมชาติไทย ที่ วินเฟรด เชเฟอร์ เรียกตัวเข้าไปในการแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 โดยได้ตำแหน่งรองแชมป์ และเป็นหนึ่งในผู้เล่น ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ได้เหรียญทองในซีเกมส์ 2013 ที่ ประเทศพม่า รวมถึงได้อันดับ 4 การแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2014 ที่ประเทศเกาหลีใต้ และเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 และกำลังมีข่าวจะไปร่วมทีม สโมสรฟุตบอล คอนซาโดล ซัปโปโร เขาคือหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในชาติไทย ถ้าจัดอันดับ Top 5 นักเตะที่เก่งที่สุด เมสซี่ เจ คือหนึ่งในนั้นแน่นอน สามารถไปค้าแข้งที่อังกฤษ สเปน เยอรมัน ได้สบายมาก ด้วยสไตล์การเล่น พาสแอนด์มูฟ พร้อมสร้างสรรค์ทำเกมส์ได้ดีเยี่ยม โดยแมตช์บาร์ซ่า มาเยือนไทย เจ เป็นคนเดียวที่เล่นได้โดดเด่น และสามารถสอนเชิงบอลกองกลางบาร์ซ่าได้เลยทีเดียว

 

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม

นักฟุตบอลหน้าตาดีดีกรีทีมชาติไทย 5

นฤบดินทร์ เล่นฟุตบอลในตำแหน่งกองหลังฝั่งขวา เริ่มลงแข่งขันให้กับทีมชาติไทย จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี และคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต สาขาการจัดการ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต

มารยาทของผู้เล่นฟุตบอลที่ดี

%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%97

1. ปฏิบัติตามกฎกติกาการเล่นโดยเคร่งครัด

2. กล้าตัดสินใจ แสดงความคิดเห็น และแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง

3. มีความรักและความสามัคคีในหมู่คณะ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือกัน

4. มีความสุภาพเรียบร้อย ปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบประเพณีที่ดีงาม

5. เชื่อฟังการตัดสินของผู้ตัดสินโดยไม่แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมแก่ผู้ตัดสิน ในการตัดสินไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการยั่วยุหรือกลั่นแกล้งผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม

6. มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนตามที่ได้รับมอบหมาย

7. มีความอดทน เสียสละ

8. มีน้ำใจนักกีฬา แสดงการขอโทษเมื่อรู้ว่าตนเองกระทำผิด รู้จักให้อภัยเมื่อเพื่อนผิดพลาดรู้จัก แพ้เมื่อตนเองมีความสามารถและฝีมือไม่มากนัก

อาชีพอะไรเอ๋ย ? เป็นอาชีพที่ผู้ชายหลายคนในโลกใฝ่ฝัน

7778

อาชีพอะไรเอ๋ย ? เป็นอาชีพที่ผู้ชายหลายคนในโลกใฝ่ฝันอยากเป็นอยากทำมากที่สุด ถ้าไม่คิดอะไรมากมายหลายคนคงตอบเป็นเสียเดียวกันว่า “ผมอยากเป็นนักฟุตบอลครับ” ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อสมัยนี้อาชีพนักฟุตบอลนี้แหละสุดยอดใคร ๆ ก็อยากเป็นนักฟุตบอล แต่ไม่ใช่นักฟุตบอลสโมสรโนเนมไก่กานะ แต่ที่ว่านี้คือฟุตบอลอาชีพ อย่างลีกในยุโรป เงินเดือนเหรอเลือกได้ตามฝีเท้าๆดีหน่อยเหรออย่างขี้ๆเตะในทีมเล็ก ๆ อย่างสโต็ค,ฟูแล่ม, ขนาดตัวสำรองยังฟาดไป 10,000 – 30,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ลองเป็นนักฟุตบอลบิ๊กเนมอย่างนักเตะเชลซีทีเงินถุงเงินถังดูซิ มิเชล บัลลัค ,แฟร็งค์ แลมพาร์ด,จอร์น เทอรี่ ไม่มากอะไรแค่อยู่ระหว่าง 100,000 – 150,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ นี้แค่งานในสนามนะยังไม่รวมงานนอกจากสปอนเซอร์อีกไม่รู้กี่รายทำงานทั้งชีวิตจะได้เท่ากับนักฟุตบอลพวกนี้เตะบอลแค่สัปดาห์เดียวไหมหนอ
นอกจากนั้นอาชีพนักฟุตบอลมีอะไรบ้างหนอ อย่างที่หนึ่งที่เดินห้อยสอยตามเหมือนเงาของนักฟุตบอลดังๆ นั้น คือ “อก 34 เอว 25 สโพก 30 สูงร้อยกว่าๆชอบไหมชอบไหม” คือนางแบบ,นางงาม,ดารา,ไฉโซ,คนดัง ที่เป็นสีภรรยาของยอดนักฟุตบอลดิ มีให้เลือกเป็นกระบุง น่าอิจฉาเนอะ อย่างว่าแหละมีหญิงใดบ้างที่ไม่ชอบชายหุ่นล่ำ,ร่ำรวย,แถมด้วยรถสปอร์ตเป็น สิบๆ คัน

ได้เตะบอลที่ตนเองรักให้เตะทั้งวันไม่ได้เงินยังเอาเลย นี่ได้ทั้งทำในสิ่งตนเองรักแถมได้เงินเป็นกระบุง แถมได้เป็นคนดังอย่างดาราอีก จากนักฟุตบอลบางคนในวัยเด็กที่ไม่มีแม้แต่เงินค่าซื้อขนมเงินซื้อเสื้อผ้า กลายเป็นเศรษฐีได้ในบัดดล ใช่ว่าใครอยากเป็นก็เป็นได้มันต้องควบคู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้ง พรสวรรค์,พรแสวง,โอกาส,โชค และสิ่งที่สำคัญสุดคือ “ใจสู้” นี่แหละเป็นสิ่งที่นักกีฬาไม่ว่านักฟุตบอลหรือวงการอื่นๆจำเป็นต้องมี สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นทำได้อยากก็จริงแต่สิ่งที่ได้ตอบแทนนั้นเหรอโคตรคุ้ม

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

manu

 

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า “Manchester United Football Club” เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงของอังกฤษ มีสนามเหย้าคือโอลด์แทรฟฟอร์ดในเมืองแมนเชสเตอร์ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จสูงสโมสรหนึ่ง โดยชนะเลิศแชมป์ลีก 20 ครั้ง (เอฟเอ พรีเมียร์ลีก/ดิวิชัน 1) ชนะเอฟเอคัพ 11 ครั้ง ฟุตบอลลีกคัพ 3 ครั้ง ยูโรเปียนคัพ/ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 3 ครั้ง และชนะ ยูฟ่า คัพ วินเนอร์สคัพ อินเตอร์เนชันแนลคัพ และ ยูโรเปียนซูเปอร์คัพ อย่างละ 1 ครั้ง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรกีฬาที่ได้รับความนิยมสูง โดยแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีสถิติผู้เข้าชมมากที่สุดในฟุตบอลอังกฤษตลอด 34 ฤดูกาล ยกเว้นในฤดูกาล 1987–89 ที่ปรับปรุงสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด[2] แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรหนึ่งในกลุ่มจี-14

ประวัติศาสตร์สโมสร

สโมสรในช่วงแรก (1878-1945)  สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จริงแล้วชื่อเดิมของสโมสรนั้น คือ “นิวตัน ฮีท ” ในปี ค.ศ. 1878 พนักงานการรถไฟสายแลงคาเซี้ยร์ แอนด์ ยอร์คเชียร์ แผนกรถสินค้าและรถโดยสารของบริษัทรถไฟแอล.และวาย. (Lancashire and Yorkshire Railway (LYR) ในระหว่างที่กำลังรับประทานอาหารมื้อเย็นอยู่นั้น พวกเขาได้ร่วมก่อตั้งทีมฟุตบอลกันขึ้นมา และตระเวณเล่นกันอยู่ในแถบเมืองนอร์ธกราวด์ ซึ่งอยู่ในนิวตัน ฮีท สถานที่ซ้อมก็ใช้รางรถไฟ เป็นเส้นแบ่งเขตสนาม ตลอดจนเสียงและควันจากรถไฟรถจักรไอน้ำ ทีมฟุตบอล นิวตัน ฮีท (แลนแคเชียร์ แอนด์ ยอร์ดเชียร์เรลเวย์) ที่พวกเขา ตั้งขึ้นมาก็เล่น ฟุตบอล กัน ได้อย่างดีเยี่ยมน่าประทับใจ โดยชุดแข่งที่ใช้เสื้อสีเขียว-เหลือง อย่างละครึ่ง กางเกงสีดำเป็นชุดเก่ง พนักงานที่อยู่ในแถบนั้น แพ้นิวตัน ฮีท กระจุย ในปี 1885 สมาชิกในทีมได้ตัดสินใจติดต่อกับการรถไฟ และก่อตั้งทีมเพื่อเป็น บริษัท จำกัด โดยใช้ชื่อว่า นิวตัน ฮีท ฟุตบอลคลับ ผลงานชิ้นแรกของเขาคือการคว้าแชมป์ แมนเชสเตอร์ คัพมาครอง นั้นคือถ้วยแรกของทีม นิวตัน ฮีท ในช่วงต้นของสโมสรฟุตบอลทุก ๆ สโมสรในขณะนั้น ต่างก็มีฐานะการเงินที่ย่ำแย่ นิวตัน ฮีท ก็เช่นเดียวกัน

ในปี 1902 นักเตะต้องจำนำชุดเพื่อนำมาใช้จ่ายแทนค่าจ้าง ขณะที่ สโมสร ฯ เป็นหนี้ถึง 2,670 ปอนด์ ซึ่งต้องถูกฟ้องล้มละลาย จุดพลิกผันได้เกิดขึ้น จอห์น เฮนรี่ เดวี่ส์ ผู้อำนวยการบริษัทเบียร์ ได้เข้ามาซื้อหุ้นของสโมสร และกรรมการบริหารชุดใหม่ ได้เปลี่ยนชื่อนิวตัน ฮีท เป็น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด พวกเขาเริ่มลงเล่นในเสื้อแดงและกางเกงขาสั้นสีขาว อีก 6 ปีต่อมา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก็คว้าแชมป์ฟุตบอลลีกเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 1907 – 1908 ในฤดูกาลต่อมาพวกเขาก็คว้าแชมป์ เอฟเอคัพได้สำเร็จ จากความสำเร็จทำให้ จอห์น เฮนรี่ เดวี่ส์ คิดที่จะย้ายสโมสรจากเดิมที่แบ๊งค์สตรีท ไปอยู่ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด

สร้างรายได้จากอาชีพนักฟุตบอล

_04

ใครที่คิดว่าฟุตบอลเป็นแค่เกมในสนามเล่น มีผู้ชมเป็นแค่การแข่งขันกีฬาธรรมดาอย่างหนึ่งอาจต้องเปลี่ยนความคิด เช่นกันครับใครที่คิดว่าฟุตบอลอาชีพเป็นผลพวงจากการมีผู้ชมจ่ายเงินเข้ามาดู ได้เงินจากสปอนเซอร์ ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดทีวีเท่านั้น ก็คงต้องเปลี่ยนความคิด

ฟุตบอลอาชีพเป็นอุตสาหกรรมบันเทิงที่มีผลพลอยได้ติดตามมามากมาย ถามว่ามูลค่าเพิ่มจากการมีฟุตบอลอาชีพมันไปได้กว้างและไกลแค่ไหน บางทีเรายังหาขอบเขตหรือพรมแดนของมันไม่ได้ เพราะทุกวันนี้บอลอาชีพขยายตัว ตีกิน สร้างอาณาจักรของตัวเองตลอดเวลา

ฟีฟ่าดำเนินการสร้างโลกฟุตบอลขึ้นมาอย่างไร้พรมแดนและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายว่ากันว่าผู้คนส่วนน้อยเท่านั้นบนโลกใบนี้ที่ไม่เตะบอล, ไม่ดูบอล ขณะล่าสุดชาวเกาะอีสเตอร์ ซึ่งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่ห่างจากประเทศชิลี (ฝั่งตะวันตกของอเมริกาใต้) ยังได้จัดฟุตบอลแมตช์แรกในประวัติศาสตร์ไปแล้ว อีกหน่อยคงมีทีมบอลสมัครเล่นลงแข่งขัน

คำกล่าวที่ว่า “กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ” เหมาะสมและเป็นไปตามนั้นทุกประการ แต่หากเราจะดัดแปลงมาใช้กับฟุตบอล เราคงได้ว่าฟุตบอลสร้างอาชีพ ฟุตบอลสร้างรายได้

ฟุตบอลอาชีพ ไม่ใช่ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ที่แข่งกันเดือนสองเดือนจบ แต่ฟุตบอลอาชีพเหมือนอาชีพอีกแบบหนึ่งที่คนทำงานคือนักบอล ต้องทำงานตลอดเกือบทั้งปี อย่างน้อยๆแข่งขัน 9 เดือนซ้อมอีก 2 เดือน พัก 1 เดือนช่วงพักใช่ว่าสบายปล่อยตัว เที่ยวเตร่ เฮฮา เมาหัวราน้ำ

นักบอลอาชีพต้องอดทนอดกลั้นรู้จักควบคุมตัวเองด้วย เวลา 1 เดือนหากไม่รักษาร่างกายเอาแต่เที่ยวตะลอนๆ ผลเสียที่ตามมาคือ น้ำหนักตัว สองคือร่างกายไม่มีสมรรถภาพ เข้าค่ายซ้อมเมื่อไหร่จะต้องเรียกความฟิตกลับมา

ถ้าหากรักษาสมรรถภาพเอาไว้ คือไม่ให้แย่กว่าเดิม คงตัวไว้ ไม่ปล่อยตัว พอซ้อม จะใช้เวลาเรียกความฟิตไม่นาน พอเข้าที่เข้าทางเปิดฤดูกาลมา สามารถลงสนามแข่งได้เลย

เห็นมั้ยครับว่าไม่ใช่แค่เป็นการแข่งขันฟุตบอลเกมหนึ่ง หากแต่มันมีองค์ประกอบมากมายเพื่อเป็นบอลอาชีพ อันนั้นผมยกตัวอย่างให้เห็นเท่านั้น แต่ยังมีอีกบางเรื่องอยากชี้ให้เห็นถึงข้อดีของบอลอาชีพที่เกิดขึ้นในเมืองไทยไปแล้ว

ว่ากันว่าหนึ่งในอุตสาหกรรมที่นำรายได้มาสู่สังคม จากการที่มีฟุตบอลอาชีพแข่งขันกันคือเรื่องของ “ท่องเที่ยว”

บอลอาชีพเล่นกัน 9 เดือนมีแข่งขันในบ้านและนอกบ้าน เหย้าและเยือน ทั้งแฟนบอลเจ้าบ้านและแฟนบอลทีมเยือน ต้องให้กำลังใจนักเตะตัวเองไปตามเชียร์ตามดู มีการเดินทางเมื่อไหร่ มีเงินหมุนเวียนเมื่อนั้น อย่าว่าแต่ทีมเยือนเลยครับ แฟนบอลเจ้าบ้านเองก็ต้องเดินทาง เมื่อเดินทางมาชมมาเชียร์ทีมตัวเอง ขอให้เราคิดค่าเฉลี่ยของการใช้เงินในวันแข่งขัน เราคงพอประเมินคร่าวๆได้ว่า เงินที่หมุนเวียนจากการมีบอลเตะหนึ่งนัด ได้เพิ่มขึ้นเท่าไหร่

 

ฟุตบอลอาชีพกับการลงทุน

ธุรกิจฟุตบอลอาชีพบ้านเรา ทุกวันนี้ยังคงหวังพึ่งพางบประมาณจากหน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. เทศบาล ฯลฯ และเงินจากสปอนเซอร์ทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น เพื่อเป็นค่าใช่จ่ายในการทำทีม ซึ่งแต่ละทีมก็ใช้จ่ายไม่เท่ากัน จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับศักยภาพของหรือความคาดหวังของทีมในแต่ละซีซั่น ปัจจุบันลีกอาชีพเมดอินไทยแลนด์ มีอยู่ 3 ระดับ เริ่มตั้งแต่ระดับรากหญ้าอย่าง ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น2 (74 ทีม) ระดับรองอย่างลีกดิวิชั่น1 (16 ทีม) และระดับสูงสุดคือไทยพรีเมียร์ลีก (16 ทีม) โดยชื่อประจำการแข่งขันของแต่ละลีก สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อย ๆ (ตามชื่อผู้สนับสนุน)

งบประมาณจากหน่วยงานราชการ ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนการแข่งขันมีอยู่หลายส่วน เริ่มจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ (สนับสนุนลีกภูมิภาค) การกีฬาแห่งประเทศไทย (สนับสนุน TPL, D1) แบ่งเป็นงบประมาณในการจัดการแข่งขัน (ค่าตอบแทนผู้ตัดสิน, ผู้ประเมินผู้ตัดสิน, ผู้ควบคุมการแข่งขัน ฯลฯ) เงินบำรุงทีม รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งฤดูกาลที่ผ่านมา มีเงินทุนเข้ามาสนับสนุนฟุตบอลอาชีพเป็นจำนวนรวมกัน 210 ล้านบาท

ฟุตบอลลีกภูมิภาคดิวิชั่น2 ประสบความสำเร็จในแง่กระแสตอบรับจากแฟนบอลทั่วทุกภาค หลายสนามมีแฟนบอลเข้าชมการแข่งขันหลักพัน ถึงหลักหมื่นคน ทำให้ภาครัฐเห็นความสำคัญ และเพิ่มงบประมาณพิเศษให้กับทีมที่เข้าร่วมแข่งขัน (ทุกทีมที่เป็นทีมจังหวัด) อีกทีมละ 1 ล้านบาท และทีมที่เป็นตัวแทนองค์กร (รวมถึงอำเภอ) ได้ 3 แสนบาท เพื่อใช้เป็นทุนในการพัฒนาทีมให้มีมาตรฐานสูงขึ้น

เมื่อมีนโยบายดังกล่าว ทุก ๆ ทีมก็เกิดความตื่นตัว กระตือรือร้นที่จะพัฒนาทีมไปสู่ความเป็นมืออาชีพ ด้วยอย่างน้อยก็มีงบประมาณในการจัดการจากรัฐก้อนหนึ่ง ทว่าเงินล้านดังกล่าวก็ยังไม่เพียงพอต่อการพัฒนาทีมให้ดีได้ที่ฝ่ายจัดการแข่งขันได้ตั้งมาตรฐานเอาไว้ คนที่ไม่เคยทีมฟุตบอลอาจไม่รู้ว่าทีมฟุตบอลหนึ่งทีม ต้องใช้เวลาแข่งขันในฤดูกาลปกติไม่น้อยกว่า 8 เดือน รวมถึงฤดูกาลพิเศษอีกประมาณ 2 เดือน และ รายการพิเศษอื่น ๆ อาทิ FA CUP, League Cup เป็นต้น ซึ่งหากมองกันในภาพรวม เหมือนกับบริษัท ๆ หนึ่ง ที่มีหน้าที่ต้องทำกันทั้งปี

นักเตะพอหมดฤดูกาลก็ได้พักกันบ้าง แต่ฝ่ายบริหารยังต้องทำหน้าที่เตรียมความพร้อมของทีม ฤดูกาลต่อไปแทบไม่ได้พักผ่อน
การวางแผนสำหรับการบริหารทีมฟุตบอลอาชีพ ส่วนหนึ่งไม่แตกต่างจากการทำธุรกิจทั่วไป ต้องมีการวางแผนการเงิน รายได้ ค่าใช้จ่าย ฯลฯ แต่สิ่งที่แตกต่างคือคนที่จะเข้ามาทำธุรกิจนี้ ไม่เพียงต้องมีความด้านธุรกิจ หากแต่ต้องเข้าใจเรื่องฟุตบอลมากพอด้วย ต้องรู้ที่มาที่ไปของวงการฟุตบอลไทย ต้องเข้าใจธรรมชาติของวงการฟุตบอลไทยอย่างรู้ลึกรู้จริง เพราะยังมีรายละเอียดอีกมากที่มีผลต่อความสำเร็จ ซึ่งผมจะนำมาเขียนถึงในโอกาสต่อไป ครั้งนี้ขอเป็นเรื่องงบประมาณในการทำทีมกันก่อน

ฟุตบอลอาชีพทุกวันนี้ ค่าใช้จ่ายในส่วนต่าง ๆ มีจำนวนไม่น้อย เอาง่าย ๆ แค่ค่าเหนื่อย
ของนักกีฬาในทีมระดับกลาง ๆ ของ Thai Premier League ก็ปาเข้าไปกว่าสาม-ห้าหมื่นบาทต่อคนต่อเดือน แต่หากเป็นทีมระดับท้อป มีซูเปอร์สตาร์ระดับทีมชาติ ค่าเหนื่อยพุ่งไปถึงหลักแสน ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจครับถ้าบางทีมบอกเราว่า ใช้งบประมาณปีละ 50-100 ล้านบาท

หากมีการวางแผนทางทำงานที่ชัดเจน เราก็จะเห็นค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน แต่ส่วนของรายได้นั้น ปัจจุบันยังคงเป็นปัญหาอยู่กับทีมส่วนใหญ่ มีไม่กี่สโมสร ที่มีเงินกองอยู่มากกว่าที่ต้องจ่าย ซึ่งแต่ละทีมก็มีวิธีการที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งโอกาสต่อไปผมจะเจาะไปแต่ละสโมสร ว่ามีแนวคิดในการสร้างรายได้หรือหาเงินมากมายได้อย่างไร

 

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับฟุตบอลในการแข่งขัน

การยิงลูกโทษเกิดขึ้นครั้งแรกจากความคิดของผู้รักษาประตูชาวไอร์แลนด์ วิลเลียม แม็คครูม (William McCrum) ในปี พ.ศ. 2433 (ค.ศ. 1890) โดยได้เสนอไอเดียกับ สมาคมฟุตบอลไอร์แลนด์ และได้มีการเสนอความคิดนี้ต่อให้กับ สมาคมฟุตบอลนานาชาติ ซึ่งมีการรับรองเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2434 และมีการใช้กันในช่วงฤดูกาล 1891-92

ในการแข่งขันฟุตบอลจะมีการยิงลูกโทษสองลักษณะคือ ลักษณะแรกการยิงลูกโทษระหว่างการแข่งขัน เกิดจากที่ผู้เล่นในฝ่ายรับทำฟาล์วผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามภายในเขตประตู โดยผู้ที่ยิงลูกโทษจะมีสิทธิยิงได้หนึ่งครั้งโดยเมื่อยิงเสร็จแล้วจะปล่อยให้เกมเล่นต่อตามปกติ ในลักษณะที่สองคือการยิงลูกโทษภายหลังจากหมดเวลาการแข่งขัน และทั้งสองฝ่ายมีคะแนนเท่ากัน จะทำการยิงลูกโทษในการ- โกลเดนโกล (Goalden goal) หรือ กฎประตูทอง เป็นกติกาในกีฬาฟุตบอลไว้ตัดสินหาผู้ชนะ ในเกมที่ต้องตัดสินผลแพ้ชนะ และการแข่งขันในเกมเสมอกันในช่วงเวลาปกติ (90 นาที) ปัจจุบันกฎนี้ไม่ถูกใช้ในเกมการแข่งขันของฟีฟ่าอีกต่อไปแล้ว

ถ้าใช้กฎโกลเดนโกล ในช่วงต่อเวลาพิเศษอีกครึ่งละ 15 นาทีนั้น ถ้าทีมไหนยิงประตูได้ก่อน ทีมนั้นจะชนะไปเลยโดยไม่ต้องแข่งขันต่อ แต่ถ้ายังยิงประตูกันไม่ได้จนหมดเวลา ก็จะเข้าสู่ช่วงยิงลูกโทษเพื่อหาผู้ชนะ
– กฎนี้ถูกคิดขึ้นโดยฟีฟ่าใน ค.ศ. 1993 โดยใช้แทนคำว่า “ซัดเดน เดธ” (sudden death) เนื่องจากมีความหมายที่ค่อนข้างไปในทางลบ กฎนี้ถูกใช้ครั้งแรกในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ปี 1996 และฟุตบอลโลก 1998
– การแข่งขันครั้งแรกที่มีการยิงโกลเดนโกลคือ นัดระหว่างออสเตรเลียกับอุรุกวัย ในเดือนมีนาคม 1993 ในรอบก่อนรองชนะเลิศของการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนโลก สำหรับการแข่งขันสำคัญที่ตัดสินกันด้วยโกลเดนโกลคือรอบชิงชนะเลิศของยูโร 1996 โดยโอลิเวอร์ เบียร์ฮอฟฟ์ ผู้เล่นของเยอรมนี ยิงโกลเดนโกลเอาชนะสาธารณรัฐเช็ค
– กฎโกลเดนโกลมีจุดหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเล่นแบบรวดเร็วและชาญฉลาด และหลีกเลี่ยงการตัดสินด้วยจุดโทษ แต่ได้รับเสียงวิจารณ์ว่าทำให้ทีมเล่นฟุตบอลแบบเน้นการป้องกันมากขึ้น เพื่อลดโอกาสความพ่ายแพ้
– ใน ค.ศ.?2002 ยูฟ่าได้นำกฎซิลเวอร์โกลมาใช้แทน โดยจะคล้ายกับกฎโกลเด้นโกล แต่จะไม่หยุดเกมเมื่อมีทีมยิงประตูได้ โดยจะเล่นจนจบครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษแทน
– ในปี 2004 ทางฟีฟ่าได้ยกเลิกกฎโกลเดนโกลหลังการแข่งขันยูโร 2004ที่ประเทศโปรตุเกส

ใบแดงในกีฬาฟุตบอลนั้น จะแสดงโดยผู้ตัดสินต่อผู้เล่น (หรือแม้กระทั่งผู้จัดการทีม) ที่ทำผิดกฏ กติกาการแข่งขัน โดยใบแดงเป็นสัญลักษณ์ของการไล่ออกจากสนาม ใบแดงนั้นมีรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดไม่ใหญ่นัก (ประมาณว่าสามารถใส่ในกระเป๋าเสื้อได้) ใบแดงจะเป็นกระดาษที่มีสีแดงทั้ง 2 ด้านตามชื่อ

วิธีแจกใบแดงของกรรมการคือ ในระหว่างการแข่งขัน ถ้ามีการฟาวล์เกิดขึ้น กรรมการจะเป่านกหวีดหยุดเกมชั่วคราว ถ้ากรรมการเห็นว่าการฟาวล์นั้น เป็นการทำผิดกติกาอย่างจงใจหรือทำฟาวล์อย่างรุนแรง กรรมการจะเรียกนักเตะคนนั้นมาหาตน จากนั้นกรรมการจะชูใบแดงขึ้น ถือว่าผู้เล่นนั้นได้รับใบแดงแล้ว และจะต้องออกจากสนามแข่งขัน การได้รับใบแดงนั้น อาจเป็นการได้รับใบแดงโดยตรง จากการกระทำผิดรุนแรง หรืออาจเป็นการถูกตักเตือน (ใบเหลือง) สองครั้งในการแข่งขันนัดเดียวกัน

ถ้าผู้เล่นได้รับใบแดงก่อนการเริ่มเล่น สามารถส่งผู้เล่นสำรองทดแทนได้ แต่หากผู้เล่นถูกไล่ออกหลังจากเกมเริ่มแล้ว จะต้องออกจากสนาม และฝ่ายของผู้เล่นที่ถูกใบแดงจะมีผู้เล่นลดลง 1 คน (คือไม่สามารถส่งผู้เล่นลงแทนผู้เล่นที่ถูกใบแดงได้)