ฟุตบอลอาชีพกับการลงทุน

ธุรกิจฟุตบอลอาชีพบ้านเรา ทุกวันนี้ยังคงหวังพึ่งพางบประมาณจากหน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. เทศบาล ฯลฯ และเงินจากสปอนเซอร์ทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น เพื่อเป็นค่าใช่จ่ายในการทำทีม ซึ่งแต่ละทีมก็ใช้จ่ายไม่เท่ากัน จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับศักยภาพของหรือความคาดหวังของทีมในแต่ละซีซั่น ปัจจุบันลีกอาชีพเมดอินไทยแลนด์ มีอยู่ 3 ระดับ เริ่มตั้งแต่ระดับรากหญ้าอย่าง ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น2 (74 ทีม) ระดับรองอย่างลีกดิวิชั่น1 (16 ทีม) และระดับสูงสุดคือไทยพรีเมียร์ลีก (16 ทีม) โดยชื่อประจำการแข่งขันของแต่ละลีก สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อย ๆ (ตามชื่อผู้สนับสนุน)

งบประมาณจากหน่วยงานราชการ ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนการแข่งขันมีอยู่หลายส่วน เริ่มจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ (สนับสนุนลีกภูมิภาค) การกีฬาแห่งประเทศไทย (สนับสนุน TPL, D1) แบ่งเป็นงบประมาณในการจัดการแข่งขัน (ค่าตอบแทนผู้ตัดสิน, ผู้ประเมินผู้ตัดสิน, ผู้ควบคุมการแข่งขัน ฯลฯ) เงินบำรุงทีม รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งฤดูกาลที่ผ่านมา มีเงินทุนเข้ามาสนับสนุนฟุตบอลอาชีพเป็นจำนวนรวมกัน 210 ล้านบาท

ฟุตบอลลีกภูมิภาคดิวิชั่น2 ประสบความสำเร็จในแง่กระแสตอบรับจากแฟนบอลทั่วทุกภาค หลายสนามมีแฟนบอลเข้าชมการแข่งขันหลักพัน ถึงหลักหมื่นคน ทำให้ภาครัฐเห็นความสำคัญ และเพิ่มงบประมาณพิเศษให้กับทีมที่เข้าร่วมแข่งขัน (ทุกทีมที่เป็นทีมจังหวัด) อีกทีมละ 1 ล้านบาท และทีมที่เป็นตัวแทนองค์กร (รวมถึงอำเภอ) ได้ 3 แสนบาท เพื่อใช้เป็นทุนในการพัฒนาทีมให้มีมาตรฐานสูงขึ้น

เมื่อมีนโยบายดังกล่าว ทุก ๆ ทีมก็เกิดความตื่นตัว กระตือรือร้นที่จะพัฒนาทีมไปสู่ความเป็นมืออาชีพ ด้วยอย่างน้อยก็มีงบประมาณในการจัดการจากรัฐก้อนหนึ่ง ทว่าเงินล้านดังกล่าวก็ยังไม่เพียงพอต่อการพัฒนาทีมให้ดีได้ที่ฝ่ายจัดการแข่งขันได้ตั้งมาตรฐานเอาไว้ คนที่ไม่เคยทีมฟุตบอลอาจไม่รู้ว่าทีมฟุตบอลหนึ่งทีม ต้องใช้เวลาแข่งขันในฤดูกาลปกติไม่น้อยกว่า 8 เดือน รวมถึงฤดูกาลพิเศษอีกประมาณ 2 เดือน และ รายการพิเศษอื่น ๆ อาทิ FA CUP, League Cup เป็นต้น ซึ่งหากมองกันในภาพรวม เหมือนกับบริษัท ๆ หนึ่ง ที่มีหน้าที่ต้องทำกันทั้งปี

นักเตะพอหมดฤดูกาลก็ได้พักกันบ้าง แต่ฝ่ายบริหารยังต้องทำหน้าที่เตรียมความพร้อมของทีม ฤดูกาลต่อไปแทบไม่ได้พักผ่อน
การวางแผนสำหรับการบริหารทีมฟุตบอลอาชีพ ส่วนหนึ่งไม่แตกต่างจากการทำธุรกิจทั่วไป ต้องมีการวางแผนการเงิน รายได้ ค่าใช้จ่าย ฯลฯ แต่สิ่งที่แตกต่างคือคนที่จะเข้ามาทำธุรกิจนี้ ไม่เพียงต้องมีความด้านธุรกิจ หากแต่ต้องเข้าใจเรื่องฟุตบอลมากพอด้วย ต้องรู้ที่มาที่ไปของวงการฟุตบอลไทย ต้องเข้าใจธรรมชาติของวงการฟุตบอลไทยอย่างรู้ลึกรู้จริง เพราะยังมีรายละเอียดอีกมากที่มีผลต่อความสำเร็จ ซึ่งผมจะนำมาเขียนถึงในโอกาสต่อไป ครั้งนี้ขอเป็นเรื่องงบประมาณในการทำทีมกันก่อน

ฟุตบอลอาชีพทุกวันนี้ ค่าใช้จ่ายในส่วนต่าง ๆ มีจำนวนไม่น้อย เอาง่าย ๆ แค่ค่าเหนื่อย
ของนักกีฬาในทีมระดับกลาง ๆ ของ Thai Premier League ก็ปาเข้าไปกว่าสาม-ห้าหมื่นบาทต่อคนต่อเดือน แต่หากเป็นทีมระดับท้อป มีซูเปอร์สตาร์ระดับทีมชาติ ค่าเหนื่อยพุ่งไปถึงหลักแสน ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจครับถ้าบางทีมบอกเราว่า ใช้งบประมาณปีละ 50-100 ล้านบาท

หากมีการวางแผนทางทำงานที่ชัดเจน เราก็จะเห็นค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน แต่ส่วนของรายได้นั้น ปัจจุบันยังคงเป็นปัญหาอยู่กับทีมส่วนใหญ่ มีไม่กี่สโมสร ที่มีเงินกองอยู่มากกว่าที่ต้องจ่าย ซึ่งแต่ละทีมก็มีวิธีการที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งโอกาสต่อไปผมจะเจาะไปแต่ละสโมสร ว่ามีแนวคิดในการสร้างรายได้หรือหาเงินมากมายได้อย่างไร

 

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับฟุตบอลในการแข่งขัน

การยิงลูกโทษเกิดขึ้นครั้งแรกจากความคิดของผู้รักษาประตูชาวไอร์แลนด์ วิลเลียม แม็คครูม (William McCrum) ในปี พ.ศ. 2433 (ค.ศ. 1890) โดยได้เสนอไอเดียกับ สมาคมฟุตบอลไอร์แลนด์ และได้มีการเสนอความคิดนี้ต่อให้กับ สมาคมฟุตบอลนานาชาติ ซึ่งมีการรับรองเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2434 และมีการใช้กันในช่วงฤดูกาล 1891-92

ในการแข่งขันฟุตบอลจะมีการยิงลูกโทษสองลักษณะคือ ลักษณะแรกการยิงลูกโทษระหว่างการแข่งขัน เกิดจากที่ผู้เล่นในฝ่ายรับทำฟาล์วผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามภายในเขตประตู โดยผู้ที่ยิงลูกโทษจะมีสิทธิยิงได้หนึ่งครั้งโดยเมื่อยิงเสร็จแล้วจะปล่อยให้เกมเล่นต่อตามปกติ ในลักษณะที่สองคือการยิงลูกโทษภายหลังจากหมดเวลาการแข่งขัน และทั้งสองฝ่ายมีคะแนนเท่ากัน จะทำการยิงลูกโทษในการ- โกลเดนโกล (Goalden goal) หรือ กฎประตูทอง เป็นกติกาในกีฬาฟุตบอลไว้ตัดสินหาผู้ชนะ ในเกมที่ต้องตัดสินผลแพ้ชนะ และการแข่งขันในเกมเสมอกันในช่วงเวลาปกติ (90 นาที) ปัจจุบันกฎนี้ไม่ถูกใช้ในเกมการแข่งขันของฟีฟ่าอีกต่อไปแล้ว

ถ้าใช้กฎโกลเดนโกล ในช่วงต่อเวลาพิเศษอีกครึ่งละ 15 นาทีนั้น ถ้าทีมไหนยิงประตูได้ก่อน ทีมนั้นจะชนะไปเลยโดยไม่ต้องแข่งขันต่อ แต่ถ้ายังยิงประตูกันไม่ได้จนหมดเวลา ก็จะเข้าสู่ช่วงยิงลูกโทษเพื่อหาผู้ชนะ
– กฎนี้ถูกคิดขึ้นโดยฟีฟ่าใน ค.ศ. 1993 โดยใช้แทนคำว่า “ซัดเดน เดธ” (sudden death) เนื่องจากมีความหมายที่ค่อนข้างไปในทางลบ กฎนี้ถูกใช้ครั้งแรกในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ปี 1996 และฟุตบอลโลก 1998
– การแข่งขันครั้งแรกที่มีการยิงโกลเดนโกลคือ นัดระหว่างออสเตรเลียกับอุรุกวัย ในเดือนมีนาคม 1993 ในรอบก่อนรองชนะเลิศของการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนโลก สำหรับการแข่งขันสำคัญที่ตัดสินกันด้วยโกลเดนโกลคือรอบชิงชนะเลิศของยูโร 1996 โดยโอลิเวอร์ เบียร์ฮอฟฟ์ ผู้เล่นของเยอรมนี ยิงโกลเดนโกลเอาชนะสาธารณรัฐเช็ค
– กฎโกลเดนโกลมีจุดหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเล่นแบบรวดเร็วและชาญฉลาด และหลีกเลี่ยงการตัดสินด้วยจุดโทษ แต่ได้รับเสียงวิจารณ์ว่าทำให้ทีมเล่นฟุตบอลแบบเน้นการป้องกันมากขึ้น เพื่อลดโอกาสความพ่ายแพ้
– ใน ค.ศ.?2002 ยูฟ่าได้นำกฎซิลเวอร์โกลมาใช้แทน โดยจะคล้ายกับกฎโกลเด้นโกล แต่จะไม่หยุดเกมเมื่อมีทีมยิงประตูได้ โดยจะเล่นจนจบครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษแทน
– ในปี 2004 ทางฟีฟ่าได้ยกเลิกกฎโกลเดนโกลหลังการแข่งขันยูโร 2004ที่ประเทศโปรตุเกส

ใบแดงในกีฬาฟุตบอลนั้น จะแสดงโดยผู้ตัดสินต่อผู้เล่น (หรือแม้กระทั่งผู้จัดการทีม) ที่ทำผิดกฏ กติกาการแข่งขัน โดยใบแดงเป็นสัญลักษณ์ของการไล่ออกจากสนาม ใบแดงนั้นมีรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดไม่ใหญ่นัก (ประมาณว่าสามารถใส่ในกระเป๋าเสื้อได้) ใบแดงจะเป็นกระดาษที่มีสีแดงทั้ง 2 ด้านตามชื่อ

วิธีแจกใบแดงของกรรมการคือ ในระหว่างการแข่งขัน ถ้ามีการฟาวล์เกิดขึ้น กรรมการจะเป่านกหวีดหยุดเกมชั่วคราว ถ้ากรรมการเห็นว่าการฟาวล์นั้น เป็นการทำผิดกติกาอย่างจงใจหรือทำฟาวล์อย่างรุนแรง กรรมการจะเรียกนักเตะคนนั้นมาหาตน จากนั้นกรรมการจะชูใบแดงขึ้น ถือว่าผู้เล่นนั้นได้รับใบแดงแล้ว และจะต้องออกจากสนามแข่งขัน การได้รับใบแดงนั้น อาจเป็นการได้รับใบแดงโดยตรง จากการกระทำผิดรุนแรง หรืออาจเป็นการถูกตักเตือน (ใบเหลือง) สองครั้งในการแข่งขันนัดเดียวกัน

ถ้าผู้เล่นได้รับใบแดงก่อนการเริ่มเล่น สามารถส่งผู้เล่นสำรองทดแทนได้ แต่หากผู้เล่นถูกไล่ออกหลังจากเกมเริ่มแล้ว จะต้องออกจากสนาม และฝ่ายของผู้เล่นที่ถูกใบแดงจะมีผู้เล่นลดลง 1 คน (คือไม่สามารถส่งผู้เล่นลงแทนผู้เล่นที่ถูกใบแดงได้)

ความรู้เรื่องของไทยพรีเมียร์ลีก การแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ

ไทยพรีเมียร์ลีก ชื่อเดิม: ไทยลีก, ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก, ไทยแลนด์ซอกเกอร์ลีก เป็นการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ ระดับสูงสุดของประเทศไทย บริหารงานโดย บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด (TPLC) ซึ่งได้รับมอบหมายจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในการบริหารจัดการ ตามปกติจะดำเนินการจัดแข่งขัน ระหว่างเดือนมีนาคมถึงตุลาคมของทุกปี โดยแต่ละทีมจะแข่งขันแบบพบกันหมด สองนัดเหย้าเยือนรวม 34 นัดต่อทีมต่อฤดูกาล รวมทั้งหมด 306 นัดต่อฤดูกาล ซึ่งการแข่งขันส่วนมาก จะมีขึ้นในวันเสาร์และวันอาทิตย์ แต่บางนัดอาจแข่งขันในวันอังคารหรือวันพุธ ทั้งนี้ ในฤดูกาลปัจจุบัน (พ.ศ. 2556) เป็นการแข่งขันครั้งที่ 18 และมีผู้สนับสนุนหลักคือบริษัท โตโยต้ามอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงมีชื่อเรียกว่า โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก

โดยแรกเริ่ม ปี พ.ศ. 2449 การแข่งขันฟุตบอลสโมสรไทยสมัยนั้นประกอบด้วยทัวร์นาเมนต์ ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานประเภท ก ข ค และ ง ถ้วย ก. เป็นถ้วยรางวัล สูงสุด เป็นเวทีสำหรับสโมสรชั้นแนวหน้า ฟาดแข้งกันมาตั้งแต่ ปี 2449 ผู้คว้าแชมป์แรกไปครองคือ สโมสรจากกรมมหรสพ ด้วยระบบการแข่งขันแบบ ทัวร์นาเมนต์ คือเตะแพ้ตกรอบ ผู้ชนะผ่านเข้าไปพบสโมสรต่อไป มีบันทึกว่าสโมสรทหารอากาศคว้าแชมป์ถ้วย ก ไปครองสูงสุด 12 สมัย

ฟุตบอลถ้วย ก จัดการแข่งขันในฐานะถ้วยระดับสูงสุดของไทยมาจนถึงปี 2539 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศ ไทยในพระราชูปถัมภ์จึงริเริ่มปรับปรุงระบบการแข่งขันฟุตบอลในประเทศ จากวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นเลิศ มาเป็นรูปแบบอาชีพ โดยเริ่มก่อตั้งฟุตบอลลีกสูงสุดขึ้น ซึ่งมีสโมสรฟุตบอลเข้าร่วมแข่งขัน เริ่มแรกที่ 10 ทีม ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 12 ทีมในเวลาต่อมาให้มีการแข่งขันระบบฟุตบอลลีกเก็บคะแนนที่มีการแข่งแบบทีมเหย้า และ ทีมเยือน ใช้เวลาการแข่งขัน 8-9 เดือนต่อ 1 ฤดูกาล ให้สโมสรที่เก็บสะสมคะแนนสูงสุดเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลเป็นทีมชนะเลิศ สโมสรที่มีคะแนนน้อยร่วงตกชั้นลงไปเล่นในลีกระดับรองลงมา นี้เป็นระบบแข่งขันที่แฟนบอลไทยคุ้นเคยดีจากการติดตามฟุตบอลต่างประเทศ ไม่ว่าพรีเมียร์ลีกอังกฤษ บุนเดสลีกาเยอรมนี กัลโช่เซเรียอาอิตาลี ล้วนใช้ระบบนี้จนเป็นที่โปรดปรานของ คอบอลทั่วโลก

โดยสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ ตกลงกับสโมสรที่เคยร่วมแข่งขันในฟุตบอลถ้วย ก จัดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกขึ้นครั้งแรก เรียกชื่ออย่างเป็นทางการตามผู้สนับสนุนว่า จอห์นนี วอล์กเกอร์ ไทยแลนด์ซอกเกอร์ลีก แชมป์แรกตกเป็นของสโมสรธนาคารกรุงเทพ แต่ทว่าการแข่งขันฟุตบอลลีกของไทยความ คาดหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้น ลีกอาชีพ ก็ยังไม่ได้รับความนิยม ด้วยสโมสรทั้งหมดล้วนมีที่ตั้งในกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล อีกทั้งเป้าหมายของการสร้างทีมก็เป็นไปเพื่อประชาสัมพันธ์องค์กรหรือหน่วยงาน

พัฒนาการที่แตกต่างอย่างมากจากอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ และในปี พ.ศ. 2558 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ต้องการให้ลีกมีความแข็งแกร่งและผลักดันให้เป็นลีกชั้นนำของเอเชียตามเป้าหมาย ต่อไป

บอลอุ่นเครื่องหงส์บุกถล่มทรูออลสตาร์สนุก4-0

4183ลิเวอร์พูล ยอดทีมแห่งศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ขวัญใจแฟนบอลชาวไทยเตรียมขนทัพนักเตะชุดใหญ่บุกสนามราชมังคลากีฬาสถาน ให้สาวกได้ชมฝีเท้ากันเต็มอิ่มในศึกฟุตบอลนัดประวัติศาสตร์ ทรู ซูเปอร์ โทรฟี่ ลิเวอร์พูล ทัวร์ 2015 ฟาดแข้งกับนักเตะ ทรู ออลสตาร์ ในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้ สำหรับรายชื่อนักเตะที่ได้รับการเปิดเผยว่าจะเดินทางมาฟาดแข้งที่เมืองไทย นำทีมโดยดาวดังอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เดเนียล สเตอร์ริดจ์, อดัม ลัลลานา, ฟิลิปเป คูตินโญ, ราฮีม สเตอร์ลิง, มาริโอ บาโลเตลลี, มาร์ติน สเคอร์เทล, โจ อัลเลน, ซิมง มินโญเลต์, ลูคัส เลวา, ลาซาร์ มาร์โควิช รวมถึง 2 แข้งใหม่ป้ายแดงอย่าง เจมส์ มิลเนอร์ กองกลางของแมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่เพิ่งเซ็นสัญญาย้ายมาร่วมทัพหงส์แดง และแดนนี อิงก์ส กองหน้าที่ย้ายมาจากทีมเบิร์นลีย์ ก็จะร่วมเดินทางมาเปิดตัวที่เมืองไทยเป็นครั้งแรกในโปรแกรมทัวร์เอเชียของลิเวอร์พูล ก่อนหน้าออสเตรเลีย และมาเลเซียอีกด้วย

โดยทรู ออลสตาร์ ในเกมนี้จะมาในระบบ 4-3-3 ตามแบบฉบับของทีมชาติไทย โดยมี สรรวัชญ์ เดชมิตร เป็นกัปตันทีม โดย 3 กองหน้า จะเป็น จักพันธ์ พรใส, รณชัย รังสิโย และปกรณ์ เปรมภักดิ์ ส่วนลิเวอร์พูลในเกมนี้น่าจะลองให้ผู้เล่นหน้าใหม่ๆ บวกกับเหล่าซุปตาร์ลงสนามไปยืดเส้นยืดสายกันก่อน แล้วในครึ่งหลังค่อยเปลี่ยนดาวรุ่งบางรายลงไปสัมผัสเกม เกมนี้แข้งไทยจะต้องเอาจริงแน่นอนเพราะว่าหากโชว์ฟอร์มได้ดีนั่นหมายถึงว่าโอกาสในการกลับไปติดทีมชาติจะมีสูงมาก ส่วนหงส์แดงอาจจะต้องระวังตัวกันนิดหน่อยเพราะอีกไม่นานลีกจะเปิดแล้ว

ลิเวอร์พูลส่งนักเตะสำรองลงเป็นส่วนใหญ่แต่ก็เหนือกว่าทรูออลสตาร์อย่างมากและได้ประตูออกนำไปก่อน 2-0 จาก ลาซ่า มาร์โควิช นาทีที่3 และ มามาดู ซาโก้ นาทีที่ 42 ส่วนครึ่งหลังลิเวอร์พูล สลับส่งนักเตะแกนหลักของทีมลงสนามครบครัน ลิเวอร์พูลมาได้อีก 2 ประตู ในครึ่งหลังจาก อดัม ลัลลาน่า นาทีที่ 52 และ ดิว็อก ออรีกี นาทีที่ 86 จบเกม ลิเวอร์พูล เอาชนะ ทรูออลสตาร์ 4-0 คว้าแชมป์ ทรู ซูเปอร์ โทรฟี่ ไปครอง หลังจากจบแมตซ์นี้ ลิเวอร์พูล จะออกเดินทางไป ออสเตรเลีย ต่อทันที โดยจะลงเตะกับทีมลีกจิงโจ้ 2 แมตซ์ ปิดท้ายด้วยการไปเยือนมาเลเซีย พบกับทีมรวมดารา

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล (Liverpool Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองลิเวอร์พูล มณฑลเมอร์ซีไซด์ ลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอังกฤษครองแชมป์ดิวิชัน 1 ถึง 18 ครั้ง ครองแชมป์ยูโรเปียนคัพ 5 ครั้ง ยูฟ่าคัพ 3 ครั้ง ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 3 ครั้ง และฟุตบอลลีกคัพซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลภายในประเทศอังกฤษ อีก 8 ครั้ง

ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1892 และได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกในปีต่อมา ลิเวอร์พูลใช้สนามแอนฟีลด์ตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือช่วงทศวรรษ 1970 – 1980 เมื่อบิลล์ แชงคลีและบ็อบ เพลสลี่ย์พาทีมคว้าแชมป์ลีก 11 ครั้ง และคว้าถ้วยรางวัลยูโรเปียน 7 ใบ

ผู้สนับสนุนของสโมสรได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมที่สำคัญ 2 ครั้ง ครั้งแรกที่โศกนาฏกรรมเฮย์เซลเมื่อปี ค.ศ. 1985 แฟนฟุตบอลทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันส่งผลให้อัฒจันทร์พังลงมา มีผู้เสียชีวิต 39 คน เป็นชาวอิตาลีแฟนบอลยูเวนตุส 32 คน, เบลเยียม 4 คน, ฝรั่งเศส 2 คน, และไอร์แลนด์ 1 คน และส่งผลให้ลิเวอร์พูลถูกสโมสรฟุตบอลยุโรปแบนเป็นเวลา 6 ปี ต่อมาในปี ค.ศ. 1989 เกิดภัยพิบัติฮิลส์โบโร แฟนบอลของลิเวอร์พูล 96 คนเสียชีวิตเนื่องจากมีคนแออัดเข้ามาชมเกมมากเกินความจุจึงทำให้อัฒจันทร์ยืนได้พังลงมา

ลิเวอร์พูลมีการแข่งขันที่ยาวนานกับสโมสรเพื่อนบ้านอย่าง เอฟเวอร์ตันและแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูลเปลี่ยนจากเสื้อสีแดงและกางเกงขาสั้นสีขาวเป็นสีแดงเต็มตัวเมื่อเล่นเป็นทีมเหย้าในปี ค.ศ. 1964 มีฉายาในภาษาไทยว่า “หงส์แดง” พร้อมด้วยคำขวัญ “You’ll Never Walk Alone”

ความเป็นมาของกีฬาฟุตบอล

ประเทศที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับฟุตบอล มักจะอยู่แถบทวีปยุโรปและอเมริกาใต้ แต่ละประเทศจะจัดดำเนินการแข่งขันรายการฟุตบอลภายในประเทศเป็นระบบอาชีพ (Professional Football) โดยจัดตั้งเป็นสโมสร (Club) มีสมาชิก (Fan-Club) ให้การสนับสนุนและคอยให้กำลังใจผู้เล่นของสโมสรที่ไปทำการแข่งขันสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงในทวีปยุโรป มีหลายสโมสรที่น่าสนใจ ดังนี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล อาร์เซนัล นิวคาสเซิล จากประเทศอังกฤษ

เอ.ซี มิลาน จูเวนตุส อินเตอร์มิลาน จากประเทศอิตาลี

บาเยิร์น มิวนิค เอฟซี โคโลญ ซอลเก้ 04 จากประเทศเยอรมัน

บาร์เซโลน่า เรียล แมดริด คอรุนยา จากประเทศสเปน

อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม พีเอสวี ไฮนโอเพ่น จากประเทศฮอลแลนด์

เอฟซี ปอร์โต เบนฟิก้า จากประเทศโปรตุเกส

การจัดการแข่งขันฟุตบอลภายในประเทศที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี มีดังนี้

ฟุตบอล กัลโช ซีรีส์ เอ (Calcio Series A) ของ อิตาลี

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก (Primier League) ของ อังกฤษ

ฟุตบอล บุนเดสลิกา (Bundesliga) ของ เยอรมัน

สโมสรในทวีปต่าง ๆ ยังมีการนำเอาแชมป์ของสโมสรในประเทศมาแข่งขันกันเพื่อชิงความเป็นหนึ่งของสโมสรในแต่ละทวีปด้วย ในทวีปยุโรปจัดการ แข่งขัน ดังนี้

ฟุตบอลสโมสรชิงแชมป์ยุโรป (European Champion Clubs Cup) เป็นการเอาแชมป์สโมสรดิวิชั่น 1 ของประเทศมาแข่งขันกัน

ฟุตบอลยูฟ่าคัพ (U.E.F.A. Cup) เป็นการนำเอาแชมป์ฟุตบอลลีกคัพ ของแต่ละประเทศ และอัน 1, 2 หรือ 3 ของฟุตบอลดิวิชั่น 1 ของแต่ละประเทศมาแข่งขันกัน

ฟุตบอลคัพ วินเนอรส์ คัพ (Cup-Winners-Cup) เป็นการนำเอาแชมป์ฟุตบอล เอฟ.เอ.คัพ ของแต่ละประเทศมาแข่งขันกัน

สำหรับฟุตบอลในทวีปเอเชีย มีรายการฟุตบอลอาชีพภายในประเทศที่น่าสนใจ ได้แก่ ฟุตบอล เจ.ลีก ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรวบรวมเอานักเตะที่มีชื่อเสียงของโลก ร่วมกับนักเตะที่เด่น ๆ ของญี่ปุ่นเองมาทำการแข่งขันเป็นรายการฟุตบอลอาชีพ นอกจากนี้ ก็มีรายการฟุตบอลในประเทศเกาหลีใต้ และจีน ด้วย

ในสหรัฐอเมริกา หลังจากล้มเหลว ในการจัดตั้งสโมสรและจัดการ แข่งขันฟุตบอลลีก เมื่อปี พ.ศ.2513 ต่อมาเมื่อสหรัฐเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก (World Cup) ในปี พ.ศ.2537 ก็ได้มีการรื้อฟื้นการแข่งขันฟุตบอลลีกขึ้นใหม่ ภายใต้ชื่อว่า เมเจอร์ ลีก (Major Leaque) เริ่มทำการแข่งขันในปี พ.ศ.2539

ฟุตบอลหรือที่พวกคนอเมริกันเรียกว่า Soccer สุดยอดกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติที่ใครๆก็ชื่นชอบ

7

ฟุตบอล Football หรือที่พวกคนอเมริกันเรียกว่า Soccer สุดยอดกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติที่ใครๆก็ชื่นชอบมาตั้งแต่สมัยอดีตยุคสงครามโลกก็ว่าได้ และได้รับความนิยมเรื่อยมาจนเรียกได้ว่าฟุตบอลเป็นกีฬาที่คนชอบที่สุดในโลก ด้วยเหตุนี้ในบรรดาเกมส์เกี่ยวกับกีฬาทั้งหมด เกมส์ฟุตบอลเป็นเกมส์กีฬาที่ทำออกมาบ่อยที่สุด มากที่สุดและทำรายได้มากที่สุดด้วย ช่วยให้เงินหมุนเวียนในวงการฟุตบอลระดับหนึ่งเลย และกว่าจะมาเป็นเกมส์ฟุตบอลที่มีระบบการเล่นสมจริง ใบหน้านักเตะเหมือนจริงได้อย่าง FIFA และ PES ทุกวันนี้ เมื่อก่อนเราก็ยังทนเล่นเกมส์ฟุตบอลง้องแง้ง ภาพงั้นๆ ตัวนักเตะไม่สมจริงกันได้ แล้วเกมส์ฟุตบอลในอดีตที่เราเคยเล่นกันมามีอะไรบ้าง ยังจำกันได้อยู่หรือเปล่า งั้นเราลองมาระลึกความหลังกันหน่อย เราจะเอาเฉพาะเกมส์ฟุตบอลที่คนไทยนิยมเล่นนะ

ยุค Famicom กราฟิกเกมส์ฟุตบอลและระบบการเล่นของเครื่องแฟมิคอม นั้นยังสร้างเกมส์ฟุตบอลที่สนุกแบบสมจริงไม่ได้ ก็เลยทำให้เกมส์ฟุตบอลแบบทั่วไปไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่ แต่เกมส์ฟุตบอลที่มาจากการ์ตูนอย่าง กัปตันซึบาสะ หรือคุนิโอะซอคเกอร์ ดูจะได้รับความนิยมมากกว่าในบ้านเรา

ยุค Super Famicom เป็นยุคเริ่มเฟื่องฟูของวงการเกมส์ฟุตบอลเลยก็ว่าได้ในเครื่อง Super Famicom เกมส์ฟุตบอลเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น หลังจากมีการแข่งขันฟุตบอลโลก US 94 บรรดาค่ายเกมส์ญี่ปุ่นหันมาสนใจสร้างเกมส์ฟุตบอลที่เน้นระบบสมจริง และชื่อนักเตะจากนักเตะระดับโลกจริงๆ ใครที่เคยเล่นเกมส์ฟุตบอลเครื่อง Super Famicom คงไม่มีใครไม่รู้จัก International Superstar Soccer หรือในชื่อญี่ปุ่นว่า World Soccer Perfect Eleven จาก Konami ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของ Winning Eleven ในปัจจุบัน และเกมส์ฟุตบอลที่ฮิตกันก่อนหน้าที่ Perfect Eleven จะมาก็มีพวก J-League Excite Stage

ยุค PlayStation เป็นยุคทองของเกมส์ฟุตบอลเลยก็ว่าได้ ผมจำได้เลยว่าสมัยนั้นร้านเกมส์ยังใช้เช่าเล่นเครื่อง PlayStation อยู่ ยังไม่มีร้าน Internet Cafe มากนัก เนื่องจากเกมส์ออนไลน์ยังไม่บูม และร้านเกมส์ทุกร้าน เราจะเห็นมีแต่คนเล่น Winning Eleven กันแทบทุกเครื่อง แต่บางคนอาจจะคุ้นกับ Winning Eleven ภาคอังกฤษอย่าง Goal Storm และต่อมาก็กลายเป็น France 98 หรือ International Superstar Soccer PRO’98 กันมากกว่า ซึ่งมีจุดเด่นที่ปกรูป คาร์ลอส วัลเดอร์ราม่า

กลยุทธ์ด้านคุณภาพและเป้าหมายการแข่งขันฟุตบอล

เป้าประสงค์ของกลยุทธ์ด้านนี้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของฟุตบอลไทย เพื่อให้มีแมทช์การแข่งขันที่มีคุณภาพ นอกจากนี้เพื่อให้ทีมชาติไทยมีการวางแผนแมทช์อุ่นเครื่องระยะยาวให้เหมาะสมตามช่วงระยะเวลาเพื่อให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้นำในทวีปเอเชียได้ในที่สุด
กลยุทธ์ด้านนี้ ประกอบด้วย ​

– การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กล่าวคือ การพัฒนาสนามแข่งขันของสมาคมฟุตบอลฯ โดยใช้ระบบร่วมลงทุน
– การขอลดหน่อนภาษีการพัฒนาสนามแข่งขันฟุตบอลของสโมสรทั่วประเทศ
– การพัฒนาผู้ตัดสินและจริยธรรมโดยเน้นที่การพัฒนาความรู้และความสอดคล้องของผลตอบแทนและสวัสดิการ
– กำหนดเป้าหมายและจัดหาคู่แข่งขันของทีมชาติไทยที่เหมาะสมในช่วงต่างๆ เพื่อการพัฒนาฝีเท้า
– การกำหนดเป้าหมายและจัดหาคู่แข่งขันของทีมชาติไทย เพื่อนัดอุ่นเครื่องและกระชับมิตรนี้ จำเป็นจะต้องวางแผนล่วงหน้าเป็นเวลานาน เพื่อให้ได้ทีมอุ่นเครื่องที่ต้องการจริงๆ มิใช่การอุ่นเครื่องแบบขัดตาทัพ

ช่วงพลิกฟื้นศรัทธา (2556-2557)
ตั้งเป้าหมายที่จะชนะทีมระดับอาเซียน และทีมเกรดบีและเกรดซี ในเอเชียให้ได้เป็นส่วนใหญ่ โดย
ทีมที่ตั้งเป้าจะเอาชนะ อาทิเช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า ลาว เยเมน โอมาน กาตาร์ ซีเรีย คาร์ซักสถาน เติร์กมินิสถาน เป็นต้น
ทีมที่ควรจัดนัดอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์เพื่อพัฒนาฝีเท้า อาทิเช่น อิหร่าน อิรัก เกาหลีเหลือ ซาอุดิอาระเบีย คูเวต นิวซีแลนด์ จีน หรือ อุซเบกิสถาน เป็นต้น


ช่วงสร้างความร่วมมือ (2558-2560)

ตั้งเป้าหมายที่จะต่อกรกับทีมเกรดเอของเชียได้อย่างสนุกสนาน สามารถเสมอหรือเอาชนะได้ในบางครั้ง และควรมีการอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์กับทีมชั้นนำต่างทวีป
ทีมที่ตั้งเป้าจะเสมอหรือเอาชนะ อาทิเช่น อิหร่าน อิรัก เกาหลีเหนือ ซาอุดิอาระเบีย คูเวต จีน อุซเบกิสถาน กาต้าร์ ไนจีเรีย อิยิปต์ ตุรกี เป็นต้น
ทีมที่ควรจัดนัดอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์เพื่อพัฒนาฝีเท้า และต่อกรได้สมศักดิ์ศรี อาทิเช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย คาเมรูน เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา สวีเดน เดนมาร์ค หรือ รัสเซีย เป็นต้น

ช่วงกระตุ้นและสร้างความต่อเนื่อง (2561-2565)
ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นทีม 1 ใน 5 ชั้นนำของเอเชีย ต่อสู้กับทุกทีมในโลกได้อย่างสนุกสาน
ทีมที่ตั้งเป้าจะเสมอหรือเอาชนะ อาทิเช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย คาเมรูน เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา สวีเดน เดนมาร์ค หรือ รัสเซีย เป็นต้น
ทีมที่ควรจัดนัดอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์เพื่อพัฒนาฝีเท้า ควรเป็นทีมชั้นนำของโลก อาทิเช่น เยอรมัน อาเจนติน่า บราซิล สเปน อังกฤษ อิตาลี อุรุกวัย ฝรั่งเศษ เป็นต้น

การแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศเยอรมนี บุนเดสลีกา (Bundesliga)

ปี 1920 มีการวางแผนที่จะก่อตั้งฟุตบอลลีกอาชีพในระดับชาติขึ้นมา แต่มีกระแสต่อต้านและไม่เห็นด้วย เนื่องจากในยุคนั้นความเข้มแข็งของฟุตบอลในภูมิภาคในแคว้นยังมีมากอยู่ ต่อมาในฤดูร้อนปี 1962 ภายหลังความล้มเหลวของทีมชาติเยอรมันตะวันตกในฟุตบอลโลกปี 1962 ที่พ่ายให้กับ ยูโกสลาเวีย ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย 0-1สมาคมฟุตบอลเยอรมัน จึงได้ตัดสินใจก่อตั้งบุนเดสลีกา ซึ่งเป็นฟุตบอลลีกอาชีพ ที่แข่งทั้งประเทศ เป็นลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก และมี Oberliga หรือ Reoaligaในปัจจุบันเป็นลีกระดับ สอง โดยถูกแบ่งออกเป็น 5 โซน – เหนือ, ตะวันตก , ตะวันตกเฉียงใต้ , ใต้ , เบอร์ลินตะวันตก ซึ่งในช่วง 2 ปีแรก บุนเดสลีกา มี 16 ทีม แต่เพิ่มเป็น 18 ทีมในปี 1965 , การตกชั้น ตก 2 ทีม , การเลื่อนจาก โอเบอร์ลีกา 2 ทีมแชมป์และรองแชมป์จากทั้ง 5 กลุ่ม รวม10 มาแข่งในรอบสุดท้ายแบบทัวร์นาเมนต์ เพื่อหา 2 ทีมเลื่อนชั้นไปบุนเดสลีกา

บุนเดสลีกา เยอรมัน เป็นระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศเยอรมนี

เริ่มก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1963 บุนเดสลีกาแบ่งเป็น 2 ลีก คือ “ลีก 1″ (First Bundesliga) รู้จักกันทั่วไปในชื่อ “บุนเดสลีกา” และ “ลีก 2″ (Second Bundesliga) ซึ่งแยกออกมาจากลีก 1 เมื่อ ค.ศ. 1974 ในประเทศเยอรมนีมีแต่บุนเดสลีกา 2 ลีกเท่านั้นที่เป็นลีกฟุตบอลอาชีพ ทีมที่คว้าแชมป์สูงสุดคือ บาเยิร์น มิวนิค 24 ครั้ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 5 ครั้ง มึนเช่นกลัดบัค 5 ครั้ง แวร์เดอร์เบรเมน 4 ครั้ง โดยมีระบบการแข่งขันที่มีทีมร่วมแข่งขัน 18 ทีม แข่งขันในระบบพบกันหมด เหย้าและเยือน ทีมชนะได้ 3 คะแนน ทีมเสมอได้ 1 คะแนน และทีมแพ้ไม่ได้คะแนน

ตลอดฤดูกาลทุกทีมจะต้องแข่งขันทั้งสิ้น 34 นัด เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2 สโมสรที่ได้คะแนนน้อยที่สุดจะถูกลดชั้นไปเล่นในบุนเดสลีก้า 2 เยอรมัน ส่วน 3 ทีมที่อันดับดีสุดจะได้ผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก โดยสองทีมอันดับแรกจะผ่านเข้าไปรอในรอบแบ่งกลุ่ม ในขณะที่ทีมอันดับ 3 จะต้องแข่งรอบเพลย์ออฟอีกทีหนึ่ง ส่วนอันดับ 4 และอันดับ 5 จะได้เล่นยูฟ่า ยูโรป้า ลีก (ยูฟ่า คัพ) เดิม และทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศก็จะได้สิทธิ์ไปเล่นในยูโรป้า ลีก โดยอัตโนมัติเช่นกัน ในกรณีที่ทีมชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศได้รับสิทธิ์แล้ว ทีมที่ได้รองชนะเลิศจะได้สิทธิ์เล่นยูโรป้า ลีกแทนผู้ชนะเลิศ

การเล่นกีฬาฟุตบอลให้เกิดประสิทธิภาพผู้เล่นต้องเรียนรู้จนเกิดทักษะพื้นฐาน

Real Madrid v Barcelona - La Liga

การเล่นกีฬาฟุตบอลให้เกิดประสิทธิภาพ ผู้เล่นต้องเรียนรู้จนเกิดทักษะพื้นฐานหลายด้านอาทิ การเคลื่อนไหวเบื้องต้น การทำความคุ้นเคยกับลูกฟุตบอล การหยุดหรือบังคับลูก ทักษะเหล่านี้มีความละเอียดอ่อน และเป็นพื้นฐานสำหรับเทคนิคการเล่นอื่น ๆ ต่อไป ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนจนชำนาญ และเป็นทักษะที่ต้องการพัฒนาอย่างต่อเนื่องการทรงตัวเป็นพื้นฐานเบื้องต้นที่มีความสำคัญในการฝึกกีฬาทุกชนิด เพื่อการเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว สามารถทำให้การเล่นกีฬาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สนุกสนานเร้าใจท่าทางการทรงตัวที่ผู้เล่นฟุตบอลควรฝึกหัด มีดังนี้ ทำการทรงตัวและจังหวะการใช้เท้าทั้งบนพื้นดินและในอากาศการถ่ายน้ำหนักตัวไปสู่เท้าหลัก เมื่อมีการครอบครองลูก เตะลูกหรือเลี้ยงลูกฟุตบอลการวิ่งตามแบบของฟุตบอล เช่น วิ่งไปที่มุมสนาม วิ่งหาช่องว่าง วิ่งตัดกันเพื่อหลอกคู่ต่อสู้การวิ่งซิกแซ็ก เพื่อการหลบหลีกเมื่อเลี้ยงหรือครอบครองลูก

พื้นฐานของการเล่นฟุตบอลที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การสร้างความสัมพันธ์หรือความคุ้นเคยกับลูกฟุตบอลเป็นอย่างดี กล่าวคือ การเล่นลูกฟุตบอลต้องสามารถทำได้อย่างที่ตั้งใจไว้ทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นลูกแบบใดก็ตาม การที่ผู้เล่นคุ้นเคยกับลูกฟุตบอลจะส่งผลให้การครอบครองบอล การเคลื่อนที่ในลักษณะต่างๆ การควบคุมบังคับทิศทางของลูกฟุตบอลเป็นไปด้วยความแม่นยำ ดังนั้น จึงควรให้ผู้เล่นฝึกความคุ้นเคยให้ชินกับลูกฟุตบอลมากที่สุดวิธีการสร้างความคุ้นเคยกับลูกฟุตบอล วางเท้าบนลูกฟุตบอลแล้วคลึงด้วยฝ่าเท้าไปมาหน้า – หลัง ซ้าย – ขวา โดยให้อยู่กับที่ ให้ทำทั้งเท้าซ้าย-ขวาทำเหมือนข้อที่ 1 แต่ให้เคลื่อนที่ไปตามทิศทางต่าง ๆ ด้วยใช้ฝ่าเท้าตบลูกฟุตบอลให้กระดอนขึ้น-ลง โดยใช้เท้าซ้ายหรือขวาสลับกันวางเท้าด้านในติดกับข้างลูกฟุตบอล ใช้ข้างเท้าด้านในปาดเหนือลูกมาอีกด้านหนึ่งของลูก ตอนนี้ลูกฟุตบอลจะอยู่ข้างเท้าด้านนอก แล้วใช้เท้าด้านนอกปาดลูกกลับไปอีกด้านตามเดิม แล้วให้ฝึกสลับเท้าด้วยงัดลูกฟุตบอลด้วยปลายเท้าให้ลูกลอยขึ้นในอากาศ หยุดลูกด้วยหลังเท้า หรือฝ่าเท้างัดลูกฟุตบอลด้วยปลายเท้าให้ลูกลอยขึ้นในอากาศ แล้วเดาะลูกด้วยเท้า เข่า หน้าอก ศีรษะ สลับกันทำเหมือนข้อ 6 แต่เคลื่อนที่เป็นระยะทางไกล โดยลูกฟุตบอลไม่ตกถึงพื้น